Home แรงงาน เป็นผู้บริหารด้วยเป็นตัวแทนประกันด้วยยังเป็นลูกจ้างอยู่ไหม เมื่อถูกเลิกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่

เป็นผู้บริหารด้วยเป็นตัวแทนประกันด้วยยังเป็นลูกจ้างอยู่ไหม เมื่อถูกเลิกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่

180
0

เป็นผู้บริหารด้วย เป็นตัวแทนประกันด้วย ยังเป็นลูกจ้างอยู่ไหม เมื่อถูกเลิกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่

ศาลฎีกาเคยตัดสินว่า นายจ้างจ้างลูกจ้างเข้าทำงานตั้งแต่ปี 2526 ทำงานประจำเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมและแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการภาคเหนือ ในปี 2531 และเป็น ผู้อำนวยการภาคในปี 2533 ซึ่งเป็นงานบริหาร เป็นงานประจำ ทำตามคำสั่งของนายจ้างตลอดมา ลูกจ้างที่มีฐานะเป็นลูกจ้างแล้ว

การแต่งตั้งให้มีอำนาจรับทำประกันหรือทำสัญญาประกันโดยออกกรมธรรม์สาขาได้ในปี 2539 นั้นเป็นเพียงใดทำหน้าที่เพิ่มเติมจากการบริหารเป็นบางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่เพียงงานให้เป็นตัวแทนประกันโดยสิ้นเชิง

ลูกจ้างยังคงเป็นลูกจ้างต่อเนื่องเรื่อยมา จนปี 2541 ที่เลิกจ้างโดยไม่มีความผิดตามมาตรา 119 ลูกจ้างจึงมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

แผนกคดีแรงงานที่ 9235-9236/2547 วินิจฉัยว่า

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2526 โจทก์เข้าทำงานกับจำเลย ตำแหน่งพนักงานส่งเสริมการขาย มีหน้าที่จัดการฝึกอบรมตัวแทนประกัน

ต่อมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 โจทก์ย้ายเป็นผู้จัดการภาค ทำงานที่สำนักงานสาขาเชียงใหม่ มีหน้าที่ฝึกอบรมตัวแทนประกันสาขา 3 จังหวัด คือจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูนและลำปาง ต่อมาเพิ่มเติมสาขาแม่สะเรียง ต้องจัดอบรมเดือนละ 1 ครั้ง    และไปประชุมที่สำนักงานใหญ่เดือนละ 1 ครั้ง ติดตามควบคุมดูแลตัวแทนประกันในการเก็บเบี้ยประกัน พิจารณาตัวแทนประกันเสนอจำเลยแต่งตั้ง

ต่อมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2533 โจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการภาคมีอำนาจหน้าที่ตามเอกสาร…

ต่อมาวันที่ 6 มกราคม 2539 จำเลยแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการฝ่ายขยายงานประกันชีวิต มีอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นจากผู้อำนวยการภาค คือ อนุมัติจ่ายสินไหมให้แก่ผู้เอาประกัน พิจารณารับประกันหรือทำสัญญาประกัน โดยออกกรมธรรม์สาขาได้และแต่งตั้งผู้จัดการเขต

ต่อมาเดือนมกราคม 2540 จำเลยแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขยายงานประกันชีวิต มีหน้าที่เพิ่มเติมจากเดิม คือดูแลรับผิดชอบผู้บริหารงานขายประมาณ 17 สาขา ในเขตจังหวัดภาคเหนือ หลังจากนั้นเมื่อเดือนมีนาคม 2541 จำเลยแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้อำนวยการอาวุโสบริหารงานขาย

ตั้งแต่โจทก์เป็นผู้จัดการภาคจนถึงตำแหน่งสุดท้ายโจทก์ทำงานในลักษณะบริหาร ไม่มีหน้าที่ขายประกัน จำเลยไม่เคยแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนประกันซึ่งมีหน้าที่ขายประกันและเก็บเบี้ยประกันตามที่ได้รับมอบหมายจากจำเลย จำเลยเพิ่งแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนประกันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2541 ตามคำสั่งแต่งตั้ง  โจทก์จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของจำเลยแล้ว จำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ได้ตามเอกสาร เรื่องวินัยและโทษทางวินัย

เห็นว่า โจทก์ต้องทำงานของจำเลยตามที่จำเลยมอบหมาย ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งของจำเลย หากโจทก์ฝ่าฝืน จำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ได้ตามเอกสาร เรื่องวินัยและโทษนางวินัย

การที่โจทก์ตกลงทำงานให้จำเลยโดยได้รับค่าจ้าง โดยต้องอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของจำเลยดังกล่าว โจทก์จึงเป็นลูกจ้างของจำเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5

สรุป เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยที่โจทก์มิได้กระทำผิดประการหนึ่งประการใดตามมาตรา 119 และไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า จึงต้องจ่ายชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามฟ้องให้แก่โจทก์

มีปัญหาคดีแรงงาน
ติดต่อทีมทนายอธิป 091 712 7444