“รถของใครใครก็รัก ก็หวงเป็นเรื่องธรรมดา” กว่าจะเก็บตังค์ถอยป้ายแดงมาใหม่ หรือว่าจะเป็นรถมือสองสักคันนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

แต่ใครจะไปคิดล่ะ!! ว่า รถไฟไหม้จะกลายเป็นสิ่งใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เจ้าของรถทั้งหลายถ้าไม่อยากช้ำใจ การทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ก็เป็นอีกหนึ่งความคุ้มครองที่ช่วยคุณได้นะ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งรถหายและรถไฟไหม้ควบคู่ไปด้วยกัน เลยทำให้คุณสบายใจได้ ไประดับหนึ่งเลยครับ แต่ว่าจะมีประกันรถยนต์ประเภทไหนที่สามารถคุ้มครองรถยนต์ของเราจากกรณีนี้บ้าง

ประกันชั้น 1 และ 2+ คุ้มครองรถไฟไหม้อย่างไรบ้าง

ความคุ้มครองหลังจากซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือ 2+ นอกจากจะดูแลอุบัติเหตุรถชนรถ หรือรถชนสิ่งอื่นๆ แบบไม่มีคู่กรณีแล้ว(เฉพาะชั้น 1) หากคุณเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1หรือ 2+ เอาไว้ ยังคุ้มครองกรณีรถหาย รถถูกขโมยอีกด้วยนะ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะสงสัยว่าเมื่อรถหายทางประกันรถยนต์จะคุ้มครองอย่างไร? มาดูกันครับ

ข้อตกลงตามสัญญาประกันภัย คือ รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ เกิดไฟไหม้ หรือสูญหายไป
ความรับผิดชอบของบริษัทจะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
ความสูญหายในที่นี้ให้หมายความรวมถึงความเสียหายต่อรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ ที่เป็นผลมาจากการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือเป็นผลมาจากการพยายามกระทำเช่นว่านั้น
ไฟไหม้ ในที่นี้หมายถึง ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่น
นั่นหมายความว่า ไม่ว่าเกิดจากตัวรถเอง เช่น ไฟไหม้ห้องเครื่องยนต์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ เช่นไหม้จากการติดตั้งแก๊ส LPG หรือ NGV ตามที่เป็นข่าวตามหน้าสื่อ ก็ตาม บริษัทประกันภัยก็ต้องรับผิดชอบ
กรณีปัญหาที่เคยพบ คือ บริษัทประกันเคยปฏิเสธการจ่ายเฉพาะชิ้นส่วนอะไหล่ที่เป็นต้นเหตุการเกิดไฟไหม้ ทางสำนักงานก็ได้รับดูแลเรื่องนี้ จนได้ข้อสรุปว่าตามสัญญาประกันภัย ไม่ได้มีข้อยกเว้นถึงชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆของตัวรถที่เป็นต้นเหตุให้เกิดไฟไหม้ บริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าซ่อมทุกชิ้นส่วนที่เกิดไฟไหม้ครับ

ส่วนกรณีเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่น เช่น ไฟไหม้อาคารบ้านเรือนมาก่อนแล้วลุกลามมาไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่ เช่นนี้ ก็ได้รับความคุ้มครอง เช่นกันครับ

ไฟต้องไหม้ระดับไหน ประกันถึงจะคุ้มครอง ขอแบ่งเพื่อความเข้าใจดังนี้ครับ

1.รถไฟไหม้เสียหายหนัก จนซ่อมไม่ได้
ในคำว่า “รถเสียหายหนัก” หรือภาษาทางการเรียกว่า “รถเสียหายสิ้นเชิง” ก็คือ รถยนต์ที่ได้รับความเสียหายหนัก จนไม่สามารถกลับมาซ่อมสภาพเดิมได้ หรือเสียหายเกินกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ ขณะที่เกิดเหตุไฟไหม้ครับ ซึ่งบริษัทประกันจะจ่ายค่าชดเชยให้เต็มจำนวนเงินตามกรมธรรม์ที่ได้ระบุ โดยคืนทั้งหมดที่ 100% ของทุนประกัน หรือ 80% ของราคารถขณะนั้น และตามเงื่อนไขเราจะต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้แก่บริษัทประกันนั้นๆ หรือเรียกกันอีกอย่างว่า “การขายซาก” นั่นเอง หลังจากนั้นความคุ้มครองประกันรถยนต์ ก็จะสิ้นสุดลง หรือถ้าเราไม่อยากจะขายซากรถยนต์ก็ทำได้เหมือนกันนะ โดยทางประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนอยู่ระหว่าง 65 – 80 % ของทุนประกันครับ และความคุ้มครองประกันรถยนต์ ก็จะสิ้นสุดลงเช่นกัน

2.รถไฟไหม้เสียหายบางส่วน แต่ยังซ่อมได้
หากกรณีไฟไหม้รถยนต์ แต่ไม่ถึงกับขั้นเสียหายหนัก ก็สามารถตกลงกับทางบริษัทประกันได้นะ ว่าต้องการซ่อมรถให้กลับมาเป็นสภาพเดิม หรืออยากจะให้ชดเชยเป็นเงินสด ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างสองฝ่าย

ข้อยกเว้นกรณีรถยนต์ไฟไหม้ มีกรณีเดียวครับ คือ นำรถไปใช้นอกราชอาณาจักร คือใช้นอกประเทศไทย อย่างนี้กรมธรรมืไม่คุ้มครองครับ

หากไม่มีใบขับขี่รถยนต์ บริษัทประกันรับผิดชอบหรือไม่ ความคุ้มครองรถยนต์ในสัญญาหมวดรถยนตืไฟไหม้นั้น ไม่นำเรื่องการมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์มาพิจารณานะครับ เคยมีกรณีตัวอย่างที่ทางสำนักงานรับผิดชอบ คือ บริษัทประกันอ้างว่าคนขับในขณะที่ไฟไหม้รถยนต์ ไม่มีใบขับขี่ ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ ซึ่งเมื่อได้เข้าไปดูแลและทำความเข้าใจในสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัยแล้ว ก็ได้เข้าใจและพิจารณาสินไหมทดแทนตามข้อตกลงเป็นอย่างดี คือ รับผิดชอบให้แม้ในขณะเกิดเหตุ คนขับไม่มีใบขับขี่ก็ตาม

มีปัญหาคดีด้านประกันภัย ติดต่อสำนักงาน เอสซีแอลลอว์ ทนายความ
ทนายอธิป 0917127444
ทนายกานต์สิรี 0815809358

ทนายอธิป
ทนายกานต์สิรี