LATEST ARTICLES

ย้ายทะเบียนบ้านเพื่อเลี่ยงการถูกฟ้อง จะเลี่ยงพ้นหรือไม่ มาดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้ดังนี้ 1.แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวแล้วโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด 2.แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 41 ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ยังมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี 3.แต่จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ธ. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น ที่ทำการบริษัทดังกล่าวจึงเป็นสำนักทำการงานที่สำคัญอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 2 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 37 จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาหลายแห่ง 3.โจทก์จึงสามารถฟ้องจำเลยที่ 2 ยังภูมิลำเนาแห่งใดก็ได้ และถึงแม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้มีภูมิลำเนาและมูลคดีไม่ได้เกิดในเขตอำนาจศาลชั้นต้น 4.แต่เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมรับผิดต่อโจทก์และขณะยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ยังศาลชั้นต้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา...
ห้างหุ้นส่วนจำกัด มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ ศาลจะพิพากษาให้หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ต้องร่วมรับผิดด้วยได้หรือไม่ มีแนวคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัย ปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไว้ดังนี้ ข้อเท็จจริง -จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้าง -จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด -จำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด(หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด) แนววินิจฉัของศาลฎีกา 1.จำเลยที่ 1 พักอยู่ที่ที่ทำงานและจะใช้รถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุเป็นประจำในการทำงาน เหตุรถเฉี่ยวชนกันเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22:00 น หลังจากเวลาเลิกงานตามปกติแล้ว 2. ขณะจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารการเกิดเหตุไปเติมน้ำมัน แม้จะอยู่นอกเวลาที่ทำงานแต่ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่จะต้องปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ ที่จำเลยที่ 2 มอบหมาย จึงเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 (2)...
เหตุสุดวิสัยหมายถึงเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน โดยไม่มีบุคคลใดคาดหมายหรือคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้น และไม่อาจป้องกันหรือหลีกเลี่ยงให้พ้นไปได้ แม้ว่าตัวเองจะใช้ความระมัดระวังแล้วก็ตาม โดยบุคคลนั้นมิได้มีความประมาทเลย จึงทำให้บุคคลต่างๆที่ประสบภาวะเช่นนั้นหลุดพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดทางแพ่งหรือความรับผิดทางอาญาก็ตาม ตามพจนานุกรมคำว่า เหตุสุดวิสัย หมายถึง เหตุที่พ้นความสามารถของใครอันที่จะป้องกันได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 บัญญัติว่า คำว่าเหตุสุดวิสัยหมายความว่า เหตุใดๆอันจะเกิดขึ้นก็ดีนั้น เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้กระทั่งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควร อันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2015/2520 ผู้ตายวิ่งตัดหน้ารถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับมาในระยะกระชั้นชิด ถือว่าเป็นความประมาทของผู้ตายเอง จำเลยไม่อาจห้ามล้อหยุดได้ทัน เป็นการสุดวิสัยที่จะป้องกันได้ ไม่ใช่เกิดจากความประมาทของจำเลย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2522 จำเลยขับรถยนต์หลบรถยนต์ของ ย. ที่ขับเล่นสวนทางล้ำเส้นทางเข้ามาในระยะกระชั้นชิด จำเลยจึงบังคับรถไม่ได้ จึงไปชนรถยนต์ของโจทก์ที่คนขับหลบรถออกมานอกเขตถนน ดังนี้...
กรณีผู้ถูกทำละเมิดไม่ได้ถึงแก่ความตายทันที ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลซึ่งในการรักษาพยาบาลผู้ต้องเสียหายแล้ว ทายาทย่อมมีสิทธิเลือกโรงพยาบาลที่จะให้ผู้ถูกละเมิดเข้ารับการรักษา เพื่อให้ผู้ถูกละเมิดมีชีวิตรอดและหายจากการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือของเอกชนซึ่งแพงกว่าก็ตาม ทั้งต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาลของผู้ถูกทำลายละเมิด และทายาทที่ต้องไปทำการดูแลด้วย ผู้ทำละเมิดหรือบุคคลที่ต้องร่วมรับผิดกับผู้ทำละเมิด มีหน้าที่ต้องชดใช้แก่ทายาทผู้ถูกละเมิดเพิ่มขึ้นอีก จากกรณีที่ผู้ถูกทำลายเมื่อถึงแก่ความตายทันที เว้นแต่จะเป็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและเกินความจำเป็น นอกจากนั้นในกรณีที่ผู้ถูกละเมิดรับราชการ หรือบุตรรับราชการ หรือบิดามารดารับราชการ แม้จะมีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลทางราชการก็ตาม แต่ก็เป็นสวัสดิการที่ทางราชการจัดให้แก่ข้าราชการและบุคคลในครอบครัว ฝ่ายผู้ทำละเมิดไม่อาจยกขึ้นอ้างเพื่อปัดความรับผิด หรือหักตอนออกจากค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ทั้งเงินค่ารักษาพยาบาลที่เบิกมา จากหน่วยงานต้นสังกัดก็ไม่ใช่เงินของฝ่ายผู้ทำละเมิด มีแนวคำพิพากษาฎีกา เคยวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2508/2527 โดยปกติย่อมนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้มีการรักษาพยาบาลรวดเร็วและทันท่วงที เมื่อโรงพยาบาลเอกชนอยู่ใกล้ที่สุด การที่โจทก์ได้เสียค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนไปเพียงใด จึงเป็นค่าเสียหายโดยตรง ซึ่งโจทก์ชอบที่จะรับผิด ชดใช้คืนเต็มจำนวน แม้ว่าค่ารักษาพยาบาลจะแพงกว่าโรงพยาบาลของรัฐก็ตาม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2530 โจทก์ที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัสมาก หากไม่ได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เมื่อโรงพยาบาลที่ต่างจังหวัดมีเครื่องมือไม่พอที่จะรักษาได้...
การแกล้งฟ้องคดีอาญา การฟ้องปิดปาก ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 161/1 ... ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ หากความปรากฏต่อศาลเองหรือมีพยานหลักฐาน ที่ศาลเรียกมาว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบจำเลย หรือโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่นยิ่งกว่าประชาชนที่พึงได้โดยชอบ ให้ศาลยกฟ้อง และห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้นอีก ... การฟ้องคดีโดยไม่สุจริตตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึง การที่โจทก์จงใจฝ่าฝืนคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล ในคดีอาญาอื่นซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรด้วย มาตรา 161/1 เพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่งพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับที่ 34 พ. ศ. 2562 ศาสตราจารย์ ดร. สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล ได้อธิบายไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับอ้างอิง พิมพ์ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2562 ว่า ... เหตุผลของการเพิ่มมาตรา...
ยักยอกรถที่ผ่อนอยู่ คนผ่อนดำเนินคดีได้หรือไม่ ยักยอกรถที่ยังผ่อนไฟแนนซ์ ผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหายได้ ฎีกาที่ 386/2551 ...แม้ผู้เช่าซื้อยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบถ้วน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์บรรทุกยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อก็มีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์และมีหน้าที่ต้องส่งคืนรถยนต์บรรทุกที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยแก่ผู้ให้เช่าซื้อหากมีกรณีต้องคืน ...เมื่อจำเลยทั้งสองยักยอกชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถยนต์บรรทุกดังกล่าวไปจากผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อย่อมได้รับความเสียหายจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองได้เช่นเดียวกับผู้ให้เช่าซื้อ มีปัญหาคดีความติดต่อ สำนักงานทนายความ SCLLAW 091 712 7444
เมาแล้วขับประกันคุ้มครองอย่างไร อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว เราต้องมาดูกันว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แล้วถ้าเกิดจากการดื่มสุรา เมาแล้วขับ บ.ประกันภัยยังจะได้รับความคุ้มครองจากประกันรถภาคสมัครใจ หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ หรือไม่ ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยภาคสมัครใจที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แล้วเกิดอุบัติเหตุ จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ทั้งในส่วนความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย และในส่วนของความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทั้งนี้ในส่วนความรับผิดต่อบุคคลภายนอก บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายไปก่อน และไปเรียกคืนค่าสินไหมทดแทนที่จ่ายไปจากผู้ขับขี่ในภายหลัง ส่วนของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ยังคงให้ความคุ้มครอง ไม่ว่าคุณจะเมาแล้วขับ ไม่มีใบขับขี่ หรือ ทำผิดกฎจารจรอื่นๆ ก็ตาม และก่อนขับรถทุกทุกครั้ง คุณต้องเช็คให้ดีว่า พ.ร.บ. รถของคุณได้ต่ออายุการใช้งานแล้ว อีกทั้ง หากคุณดื่มสุรา หรือของมึนเมา ไม่ว่าจะดื่มน้อย หรือมาก ก็ไม่ควรใช้รถ นอกจากจะเป็นอันตรายต่อตัวเองแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนให้คนที่ใช้รถ ใช้ถนน...
ในคดีรถชน ผลคดีรถฝ่ายผิดไม่จัดทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ บ.ประกันภัยฝ่ายถูกต้องจ่ายเต็มทุนประกันตาม พ.ร.บ.หรือไม่ ฝ่ายผู้ตายเป็นฝ่ายถูก ขับรถที่ได้จัดทำ พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และบ.ประกันภัยที่รับประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ได้ชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นให้กับทายาทผู้ตายเท่านั้น เท่านั้น โดยไม่จ่ายส่วนเกินค่าเสียหายเบื้องต้นให้เต็มจำนวนทุนประกัน โดยอ้างว่าฝ่ายผิดไม่จัดทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ บ.ประกันภัยจึงไม่อาจเรียกค่าสินไหมคืนจากผู้ใดได้ ซึ่งข้อเท็จจริงมีฝ่ายที่ต้องรับผิดในคดีอาญาแล้ว บ.ประกันภัยจึงต้องจ่ายเต็มทุนประกันแก่ทายาทผู้ตาย โดยยกข้ออ้างดังกล่าวไม่ได้ แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2189/2562 สรุป บ.ประกันภัยจึงต้องจ่ายเต็มทุนประกันแก่ทายาทผู้ตาย โดยยกข้ออ้างดังกล่าวไม่ได้ ขอขอบคุณ ทนายวิจิตร วงค์สุวรรณ เจ้าของสำนวน ติดต่อสำนักงาน เอส.ซี.แอล.ลอว์ ทนายอธิป 091 712 7444
รถหายเพราะนำรถยนต์เข้ามาจอดไว้ในที่จอดรถของห้าง โดยไม่ปรากฏว่าได้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นภายในห้างสรรพสินค้า ห้างฯต้องรับผิดหรือไม่ มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7078/2560 จำเลยที่ 1 เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จัดให้มีบริการที่จอดรถ นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แล้ว ยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 อันมีผลโดยตรงต่อยอดการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของจำเลยที่ 1 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ย. เป็นลูกจ้างของห้าง ฮ. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการและผู้เช่าพื้นที่จากจำเลยที่ 1 เพื่อประกอบกิจการค้าหากำไร วันเกิดเหตุการที่ ย. นำรถยนต์เข้ามาจอดไว้ในที่จอดรถของจำเลยที่ 1 เพื่อเข้าไปทำงานประจำในห้าง ฮ. โดยไม่ปรากฏว่า ย. ได้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 จึงยังไม่อาจถือได้ว่า ย. เป็นลูกค้าของจำเลยที่ 1 แม้จะฟังว่าห้าง ฮ....
ความผิดฐานชนแล้งหลบหนี ต้องเป็นผู้ขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นและไม่หยุดให้ความช่วยเหลือพร้อมแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งการจะเป็นความผิดดังกล่าวได้ต้องเป็นผู้ขับรถที่กำลังแล่นอยู่หาใช่กรณีผู้ขับรถที่จอดหรือหยุดรถ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2549 ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 78 วรรคหนึ่ง, 160 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้ขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นและไม่หยุดให้ความช่วยเหลือพร้อมแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งการจะเป็นความผิดดังกล่าวได้ ต้องเป็นผู้ขับรถที่กำลังแล่นอยู่ หาใช่กรณีผู้ขับรถที่จอดหรือหยุดรถไม่ เมื่อเหตุเกิดขณะจำเลยจอดรถ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นตามบทมาตราดังกล่าว ปัญหาดังกล่าวแม้จำเลยที่ 1 จะไม่ได้ยกขึ้นในชั้นอุทธรณ์และฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องในข้อหาดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, 215, 225 คำพิพากษาย่อยาว โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 61, 78, 151, 157,160 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300,...